ทุ่งทานทานตะวัน

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

“การอบรมผู้ปฎิบัติการฉุกเฉินครั้งนี้มี สืบเนื่องจากพื้นที่อุทยานซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมาก โดยในพื้นที่จ.เลย เฉพาะที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงมีนักท่องเที่ยวกว่า  65,740 คนต่อปี อุทยานภูเรือ 15,693คนต่อปี อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย 17,033 คนต่อปี และอุทยานแห่งชาติภูหลวง 9514 คนต่อปี  จึงทำให้โอกาสเกิดเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุมีแนวโน้มสูงขึ้นด้วย ในขณะที่ในพื้นที่เอง มีชุดปฏิบัติการฉุกเฉินเบื้องต้น (FR) เพียง 123 ชุด และชุดปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉินระดับสูง (ALS)15 ชุด ซึ่งทำให้การช่วยเหลืออาจไม่ทันต่อสถานการณ์” นพ.ชาตรีกล่าว

วัน ที่ 21 ธันวาคม 2554 ที่หอประชุมกองทัพเรือ นพ.ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เข้ารับรางวัลคุณภาพการให้บริการประชาชน รางวัลดีเด่น ประเภทรางวัลนวัตกรรมการให้บริการ “1669 เครือข่ายการปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน” จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ซึ่งได้จัดให้มีการติดตามประเมินผลเพื่อมอบรางวัลคุณภาพการให้บริการประชาชน เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ได้อย่างมีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด เป็นประจำทุกปี โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีและมอบรางวัล


สพฉ. เตือน ผู้ป่วยฉุกเฉินโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน ควรอพยพไปในพื้นที่ปลอดภัย ย้ำมีโอกาสรอดแต่ต้องรับการรักษาภายใน 3 ชั่วโมง

 ในภาวะน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ นอกจากการเจ็บป่วยฉุกเฉิน หรืออุบัติเหตุแล้ว สิ่งสำคัญที่ผู้ประสบภัยจะลืมไม่ได้ ก็คือโรคประจำตัว โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ที่จำเป็นจะต้องเตรียมพร้อมอย่างรอบคอบ อาทิ ผู้ป่วยโรคอัมพฤกษ์ อัมพาตเฉียบพลัน หรือโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน (STROKE) โดยโรคนี้ถือว่าเป็นโรคที่อันตราย และเป็นโรคที่คนไทยเสียชีวิตในลำดับต้นๆ  คือ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งในผู้หญิง และเป็นอันดับสามในผู้ชาย  ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องหรือทันกาล แม้จะไม่เสียชีวิต แต่ส่วนใหญ่ก็มักเกิดความพิการ

แนวทางการช่วยเหลือคนจมน้ำ ตกน้ำ
การช่วยเหลือที่ถูกต้องมีหลักง่ายๆ อยู่ 4 วิธี คือ “ยื่น – โยน – พาย – ลาก”
โดยเบื้องต้น คือ ยื่นอุปกรณ์ให้จับ เช่น เสื้อผ้า เข็มขัด ท่อนไม้ ห่วงหรือไม้ตะขอ และโยนอุปกรณ์ที่ลอยน้ำให้เกาะ เช่น ถังพลาสติก ห่วงชูชีพ ยางในรถยนต์ จากนั้นผู้ช่วยเหลืออาจเอาเชือกผูกอุปกรณ์เหล่านั้นเพื่อลากคนตกน้ำเข้าฝั่ง ซึ่งวิธีการช่วยเหลือดังกล่าว ผู้ช่วยเหลือจะมีความปลอดภัยเกือบ 100% เพราะผู้ช่วยอยู่บนฝั่งหรือยืนได้ในน้ำตื้น
การ ปฏิบัติตัวช่วงภาวะน้ำท่วมจึงมีความสำคัญมากที่สำคัญคือ ไม่ควรลุยน้ำ หรือหากจำเป็นควรแต่งกายมิดชิดและควรสังเกตและระมัดระวังอยู่เสมอ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากถูกสัตว์มีพิษหรืองูกัด นพ.ชาตรี     เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ให้คำแนะนำว่า ก่อนอื่นคือต้องตั้งสติอย่าตกใจเกินเหตุ เพราะบางรายถูกงูกัดแต่อาจไม่ได้รับพิษ และในกรณีที่ได้รับพิษจะต้องต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงจึงจะเริ่มมี อาการรุนแรงจากนั้นให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดหรือแอลกฮอล์ แต่ห้ามกรีดแผล ดูดแผล ใช้ไฟจี้ดื่มสุรา กินยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของแอสไพรินเด็ดขาด เพราะนอกจากจะไม่ช่วยอะไรแต่กลับมีผลเสีย คือ เพิ่มการติดเชื้อ เนื้อตาย หรือไปเสริมฤทธิกับพิษงู
 
                    จากนั้นให้ผู้ป่วยฉุกเฉินนอนนิ่งๆ จัดให้ส่วนที่ถูกงูกัดอยู่ระดับต่ำกว่าหัวใจ อย่าเคลื่อนไหวโดยไม่จำเป็นเพื่อชะลอการดูดซึมพิษงูเข้าสู่ท่อน้ำเหลืองและ เส้นเลือดดำไหลเวียนเข้าหัวใจ และให้หาไม้ดามบริเวณที่ถูกงูกัดแล้วใช้ผ้าพันให้แน่นพอประมาณเหนือแผลงูกัด ประมาณ5-15 ซม. แต่ไม่ควรทำการขันชะเนาะ เพราะอาจทําให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้น ๆขาดเลือดไปเลี้ยง เกิดเนื้อตายได้ และรีบนำผู้ถูกงูกัดส่งสถานบริการสาธารณสุขที่ใกล้ที่สุดและโดยเร็วที่สุด โดย ระหว่างการนำส่งสถานบริการสาธารณสุขถ้าผู้ป่วยหยุดหายใจให้ทำการช่วยหายใจ โดยการกดนวดหัวใจ จนกว่าจะถึงโรงพยาบาล และผู้ประสบเหตุควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงลักษณะงูหรือถ้าเป็นไปได้หากนำซากงู ไปด้วย
 
                  



 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ย้ายอาคารที่ทำการใหม่
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ย้ายอาคารที่ทำการใหม่ โดยสามารถติดต่อได้ที่ อาคารสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ  สาธารณสุข 6 กระทรวงสาธารณสุข ถ.ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี โทร 02-872-1669
ส่วนศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่่งการ 1669 ทางสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กำลังดำเนินการย้ายระบบ และจะสามารถดำเนินงานและประสานงานได้เป็นอย่างดี

วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555

ปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน และ การปฐมพยาบาล

การบริการการแพทย์ฉุกเฉิน

การบริการการแพทย์ฉุกเฉิน

หมายถึง การให้บริการรักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วยฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุ โดย

• มีบุคลากรที่มีความรู้ออกปฏิบัติการพร้อมรถพยาบาลที่มีเครื่องมือ ในการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐานและขั้นสูง หลังการรักษาแล้ว มีการนำส่ง รพ.

โดยมีการประสานงานอย่างเป็นระบบ

• กิจกรรมทั้งหมดอยู่ภายใต้การกำกับของแพทย์

• ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ผู้ประสบเหตุที่ให้การช่วยเหลือขั้นพื้นฐาน

(First Responder)

หมายถึง ผู้ช่วยเหลือทั่วไปที่ผ่านการอบรมจากหน่วยงาน ที่ได้มาตรฐานและตั้งขึ้นอย่างถูกต้อง เพื่อ

ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้เจ็บป่วยฉุกเฉิน เช่น อาสาสมัคร มูลนิธิ ตำรวจ ประชาชน

บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ประสบเหตุที่ให้การช่วยเหลือขั้นพื้นฐาน

(1) คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและผู้ป่วย

(2) ประเมินภาวะคุกคามชีวิต

(3) ป้องกันภาวะคุกคามชีวิตและการบาดเจ็บเพิ่ม

(4) บันทึกข้อมูลต่าง ๆ ของผู้ป่วย

(5) ประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

(6) ดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินขณะรอการช่วยเหลือจากหน่วยบริการทางการแพทย์

การทำหน้าที่พลเมืองดี เข้าไปช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยฉุกเฉิน จะต้องมีความซื่อสัตย์ ไม่ลักขโมยสิ่งของจากผู้ประสบภัย ไม่ว่าจะเป็น

เครื่องประดับเงิน หรือทรัพย์สมบัติต่างๆ

การรับแจ้งเหตุ

สถานการณ์แพทย์ฉุกเฉิน ในประเทศไทย

แพทย์ทหาร ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้